March 24, 2026

อัปเดตเกี่ยวกับมูลนิธิ OpenAI

ข้อความจาก Bret Taylor ประธานคณะกรรมการบริหารของ OpenAI Foundation

OpenAI Foundation

เมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่ผ่านมา OpenAI ประกาศปรับโครงสร้างเงินทุนใหม่ ซึ่งช่วยเปิดทางให้ OpenAI Foundation เข้าถึงทรัพยากรจำนวนมาก วันนี้เราพร้อมแชร์แนวทางการดำเนินงานของ Foundation ในการเริ่มนำความสนับสนุนดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ 

พันธกิจของเรา

พันธกิจของเราคือการสร้างความมั่นใจว่า ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปจะสร้างประโยชน์ให้แก่มนุษยชาติทุกคน ความพยายามในครั้งนี้มีหลายด้านที่ต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กัน 

AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงาน การเรียนรู้ และการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้คนในปัจจุบัน เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพในการสร้างคุณประโยชน์มหาศาล ทั้งการเร่งความก้าวหน้าทางการแพทย์ การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่รวดเร็วขึ้น การบริการด้านสาธารณสุขและการศึกษาที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ตลอดจนการสร้างเครื่องมือใหม่ๆ สำหรับการสร้างสรรค์และประดิษฐ์สิ่งต่างๆ การเพิ่มผลิตภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงการยกระดับบริการสาธารณะอย่างระบบขนส่งและด้านอื่นๆ อีกมากมาย OpenAI ยึดถือความเชื่อในศักยภาพนี้เป็นเข็มทิศในการดำเนินงานมาตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้ง

อย่างไรก็ตามการสร้างระบบที่ทรงพลังเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่มนุษยชาติ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามภารกิจของเราเท่านั้น โมเดล AI ที่ล้ำสมัยจะนำมาซึ่งความท้าทายรูปแบบใหม่ที่เริ่มปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อระบุปัญหาเหล่านี้และเร่งพัฒนาแนวทางแก้ไขอย่างเหมาะสม 

นี่คือสองแนวทางหลักที่เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์ผ่านการดำเนินงานของ Foundation เรามุ่งส่งเสริมการใช้ AI เพื่อค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยากที่สุดของมนุษยชาติ ปรับเปลี่ยนขีดความสามารถของผู้คน และมอบคุณประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อการดำเนินชีวิต พร้อมทั้งร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือความท้าทายใหม่ๆ และช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สังคมในยุคที่ AI รุดหน้าอย่างรวดเร็ว    

งานนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ในช่วงปีหน้าซึ่งเป็นช่วงที่เราจะเร่งขยายตัวอย่างรวดเร็ว Foundation คาดการณ์ว่าจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ครอบคลุมทั้งด้านชีววิทยาศาสตร์และการรักษาโรค การสร้างงานและผลกระทบทางเศรษฐกิจ ความยืดหยุ่นของ AI รวมถึงโครงการเพื่อชุมชน งบประมาณส่วนนี้รวมถึงการลงทุนระยะแรกตามความมุ่งมั่นที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะใช้เงิน 25 พันล้านดอลลาร์ เพื่อการรักษาโรคและความยืดหยุ่นของ AI

ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เราจะรายงานความคืบหน้าของงานแต่ละด้านอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างที่เรากำลังสร้างสรรค์ เรียนรู้ และปรับปรุงแนวทางการดำเนินงาน พร้อมทั้งผลักดันภารกิจให้ก้าวหน้าผ่านการมอบทุนสนับสนุนและโครงการใหม่ๆ

ชีววิทยาศาสตร์และการรักษาโรค1

ก้าวแรกของเราคือด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการรักษาโรค เพราะเราเห็นว่า AI จะเข้ามาช่วยให้งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์รุดหน้าไปได้เร็วขึ้นมาก ซึ่งจะช่วยรักษาชีวิตและทำให้ความเป็นอยู่ของทุกคนดีขึ้น เราเริ่มเห็นสัญญาณเริ่มต้นมากมายของศักยภาพ AI ในด้านเหล่านี้แล้ว นักวิจัยกำลังใช้ AI เพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับโรคต่างๆ พร้อมทั้งแสวงหาแนวทางใหม่ในการป้องกันและรักษา เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านนวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการสู่การรักษาผู้ป่วยให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

มูลนิธิได้กำหนดขอบเขตการดำเนินงานในระยะแรกไว้ 3 ด้านหลัก ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าการทำงานในส่วนนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมได้อย่างแท้จริง

  • AI สำหรับโรคอัลไซเมอร์: โรคอัลไซเมอร์นับเป็นหนึ่งในโรคที่สร้างความทุกข์ใจให้แก่ครอบครัวมากที่สุด และยังถือเป็นโจทย์ที่ยากที่สุดประการหนึ่งในวงการแพทย์ ความสามารถของ AI ในการให้เหตุผลผ่านชุดข้อมูลที่ซับซ้อน จะช่วยให้นักวิจัยสามารถค้นพบองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ได้ เราจะสร้างความร่วมมือกับสถาบันวิจัยชั้นนำ โดยมุ่งเน้นในระยะแรกไปที่การจัดทำแผนที่กลไกการเกิดโรค การตรวจหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพเพื่อใช้ในการดูแลรักษาและการทดสอบทางคลินิก รวมถึงการเร่งพัฒนาแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล ซึ่งรวมถึงการนำโมเลกุลที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มาปรับใช้ใหม่ในกรณีที่สามารถทำได้

  • ข้อมูลสาธารณะเพื่อสุขภาพ: ความก้าวหน้าครั้งสำคัญหลายประการทางการแพทย์เกิดขึ้นได้จากการแบ่งปันข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และการเปิดให้สาธารณะเข้าถึงข้อมูลก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ AI สร้างการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ได้ตามเป้าหมาย เราจะสนับสนุนพันธมิตรในการสร้างและขยายฐานข้อมูลคุณภาพสูงแบบเปิด พร้อมทั้งช่วยเหลือในการเปิดเผยข้อมูลที่เคยจำกัดสิทธิ์อย่างมีความรับผิดชอบตามความเหมาะสม เพื่อให้นักวิจัยทั่วโลกสามารถใช้ประโยชน์จาก AI และข้อมูลในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าเพื่อรักษาโรคต่างๆ

  • การเร่งความก้าวหน้าในการรักษาโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงและสร้างภาระหนักต่อสังคม: เราเชื่อมั่นว่า AI สามารถช่วยผลักดันให้เกิดการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ พร้อมทั้งลดต้นทุนและความเสี่ยงในการพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนตัวยา โดยเฉพาะในกลุ่มโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงและสร้างภาระหนัก ซึ่งมักขาดแคลนงบประมาณสนับสนุน เราจะเชิญเหล่านักวิจัยด้าน AI และผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมาร่วมมือกัน โดยจะเริ่มต้นจากการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อกำหนดแนวทางการสนับสนุนนักวิทยาศาสตร์ด้วยเครื่องมือ AI ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งเฟ้นหาโอกาสใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ

Jacob Trefethen จะเป็นผู้นำงานนี้ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการรักษาโรค เขาย้ายมาร่วมงานกับเราจาก Coefficient Giving ซึ่งเขาเคยดูแลการมอบทุนสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์และสุขภาพรวมมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์

งานและผลกระทบทางเศรษฐกิจ 

AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงลักษณะการทำงานและระบบเศรษฐกิจ ซึ่งนำมาซึ่งความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ ในเวลาเดียวกัน เราตระหนักดีว่าสิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง มูลนิธิได้เริ่มประสานความร่วมมือกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญและกลุ่มชุมชนต่างๆ ทั้งภาคประชาสังคม เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก สหภาพแรงงาน นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ ผู้กำหนดนโยบาย และภาคส่วนอื่นๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาและสนับสนุนเงินทุนแก่แนวทางแก้ไขปัญหาที่นำไปใช้ได้จริงในด้านนี้ เรามีความตั้งใจที่จะทุ่มเททรัพยากรจำนวนมหาศาลเพื่อสนับสนุนแนวทางที่มีศักยภาพสูงสุด และจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

AI Resilience

ตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ AI Resilience จะเป็นหนึ่งในโครงการหลักของเรา การดำเนินงานในส่วนนี้มุ่งเน้นไปที่ความท้าทายรูปแบบใหม่ซึ่งเกิดขึ้นตามขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นของ AI เพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ในแนวทางที่ช่วยส่งเสริมและขยายขอบเขตอำนาจการตัดสินใจ ความคิดสร้างสรรค์ และโอกาสของมนุษย์

ในระยะแรกเราจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มงานบางส่วนซึ่งเริ่มปรากฏผลกระทบที่ชัดเจน โดยเราเชื่อมั่นว่าการดำเนินงานล่วงหน้าในส่วนนี้จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญได้

  • ผลกระทบของ AI ต่อเด็กและเยาวชน: เรามุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจว่า AI มีความปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน และสนับสนุนพัฒนาการที่เหมาะสม การดำเนินงานดังกล่าวครอบคลุมถึงการลงทุนในงานวิจัยและการประเมินผลที่อ้างอิงข้อมูลเป็นหลัก พร้อมทั้งประสานความร่วมมือระหว่างสาขาวิชาชีพเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจว่าการปฏิสัมพันธ์ระหว่าง AI กับเด็กและเยาวชนจะเป็นไปอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์

  • ความมั่นคงทางชีวภาพ: เราต้องการเสริมสร้างความพร้อมของสังคมในการรับมือกับภัยคุกคามทางชีวภาพที่อาจเกิดขึ้น ทั้งการแพร่ระบาดตามธรรมชาติและการแพร่ระบาดที่มี AI เป็นตัวส่งเสริม ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงการตรวจจับ การป้องกัน และการบรรเทา 

  • ความปลอดภัยของโมเดล AI: เรามุ่งหวังที่จะกำหนดให้ระบบ AI มีความปลอดภัยสูงเป็นมาตรฐานเริ่มต้น ซึ่งครอบคลุมถึงการสนับสนุนการทดสอบและการประเมินผลที่เป็นอิสระ การพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรมใหม่ที่เข้มงวดขึ้น ตลอดจนการสนับสนุนทุนวิจัยพื้นฐานเพื่อช่วยป้องกันปัญหาด้านความปลอดภัย หรือตรวจหาและแก้ไขปัญหาเหล่านั้นตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

Wojciech Zaremba ผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI กำลังเข้าร่วมมูลนิธิในตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย AI Resilience เพื่อเป็นผู้นำงานนี้

สนับสนุนชุมชน

เราจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุนกลุ่มสุดท้ายจากทุน People-First AI ในเร็ว ๆ นี้ พร้อมทั้งให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานในระยะถัดไป

การดำเนินงานดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการองค์กรไม่แสวงหากำไรของเรา ซึ่งทำให้เราประจักษ์ว่า องค์กรภาคชุมชนมีศักยภาพที่โดดเด่นในการช่วยเหลือผู้คนให้ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนโดย AI กลุ่มองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจสูงเหล่านี้มีความใกล้ชิดกับชุมชนในความดูแล และเป็นกำลังสำคัญในการดำเนินงานภาคสนามที่จำเป็น

"เราจะยังคงสนับสนุนงบประมาณในโครงการต่าง ๆ ที่เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน โดยมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI เพื่อให้ผู้คนได้รับประโยชน์จากขีดความสามารถของเทคโนโลยีนี้ และปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างราบรื่น

การสร้างทีมของเรา

นอกเหนือจาก Wojciech และ Jacob แล้ว เรากำลังเร่งสร้างทีมงานเพื่อขยายขอบเขตการดำเนินงานของเราให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

ในช่วงกลางเดือนเมษายน Anna Makanju จะมาร่วมงานกับเราในตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย AI สำหรับภาคประชาสังคมและการกุศล เพื่อนำทีม Foundation ในการนำ AI มาช่วยให้องค์กรไม่แสวงหากำไร NGO สถาบันการกุศล และระบบนิเวศภาคประชาสังคมในวงกว้าง สามารถเร่งและขยายผลลัพธ์การดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้ Anna เคยดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายผลกระทบระดับโลกที่ OpenAI เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้แชร์รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานส่วนนี้ให้ทุกท่านทราบในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

Robert Kaiden จะมาร่วมงานกับเราในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน Robert เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงที่ Deloitte, Twitter และ Inspirato มาก่อนหน้านี้ Robert จะช่วยกำดูแลให้มูลนิธิดำเนินงานด้วยระเบียบวินัยทางการเงินที่เข้มแข็งในระหว่างที่เราขยายตัว

Jeff Arnold เข้าร่วมงานในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ Jeff เป็นสมาชิกยุคแรกๆ ของ OpenAI เขาใช้เวลาตลอดเส้นทางอาชีพในการสร้างและขยายบริษัทต่างๆ รวมถึงในบทบาทผู้นำที่ Oracle และ Dropbox เขาจะช่วยสร้างระบบการดำเนินงานที่จำเป็นต่อการสนับสนุนเป้าหมายของ Foundation  

คณะกรรมการมูลนิธิกำลังสรรหาผู้อำนวยการบริหารเช่นกัน เราจะเพิ่มสมาชิกในทีมอย่างต่อเนื่องในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ก้าวต่อไปของเรา

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของทุกความเป็นไปได้ที่ AI จะสร้างสรรค์ขึ้น

โอกาสและความรับผิดชอบของเราคือการกำดูแลให้เทคโนโลยีเหล่านี้สร้างประโยชน์และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างเป็นรูปธรรม เราพร้อมที่จะเรียนรู้อย่างรวดเร็วและร่วมมือกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด เพื่อลงทุนในนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดและพลิกโฉมการทำงานในวงกว้าง

เรามุ่งหวังที่จะช่วยให้ผู้คนรับมือกับปัญหาที่ยากที่สุดได้สำเร็จ ดูแลคนที่พวกเขารักได้ดียิ่งกว่าเดิม และสร้างชีวิตที่เติมเต็มความต้องการซึ่งก่อนหน้านี้อาจเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม

เรารู้สึกตื่นเต้นกับงานที่รออยู่ข้างหน้า และจะแชร์รายละเอียดเพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

  1. 1

    Previously referred to as Health & Curing Diseases, this program has been renamed Life Sciences to reflect the Foundation’s focus on advancing biology and medical research as core to curing disease.